image

Business & Industrial

MCT ผู้พิทักษ์ลิขสิทธิ์ดนตรี...ปกป้องสิทธิในทุกตัวโน๊ตของนักแต่งเพลงไทย

Published Date : 20 Sep 2020

Resource : TCDC CONNECT

3,948

เราอาจเคยได้ยินข่าวของนักร้อง นักดนตรี ที่เป็นเจ้าของเพลงดัง แต่กลับโดนเรียกเก็บเงินค่าลิขสิทธิ์ในการนำเพลงตัวเองมาใช้ หรือบางคนถึงขนาดไม่มีสิทธิ์จะร้องเพลงของตัวเองบนเวทีสาธารณะ 
 
ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาค้างคาในวงการดนตรี รวมถึงในประเทศไทยเราเอง ทั้งเรื่องของ ‘สิทธิในการเป็นผู้ประพันธ์ของนักแต่งเพลง’ และ ‘สิทธิในการเป็นเจ้าของของค่ายเพลง’ รวมไปถึงการนำบทเพลงไปเปิดใช้แก่สาธารณชน
 
เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณก้อ - ณฐพล ศรีจอมขวัญ ศิลปิน และประธานกรรมการบริหาร MCT (Music Copyright Thailand) หรือ บริษัท ลิขสิทธิ์ดนตรี (ประเทศไทย) จำกัด  ถึงปัญหาและแนวทางการปกป้องสิทธิในบทเพลง มาดูกันว่าอนาคตของวงการเพลงไทยจะเป็นอย่างไรผ่านมุมมองของคุณก้อในฐานะคนวงในแห่งวงการเพลงไทย
 
 

เจ้าของเพลงที่ไม่ได้เป็นเจ้าของ

 

“ทำไมเปิดเพลงในที่สาธารณะต้องจ่ายเงิน ที่ผ่านมาทำมาตลอดก็ไม่เห็นเป็นอะไร”

 
ปัจจุบันนักแต่งเพลงยังขาดความรู้ ความเข้าใจถึงสิทธิในฐานะเป็นเจ้าของบทเพลง และสิทธิในการสร้างรายได้จากบทเพลง นักแต่งเพลงหลายคนถูกริดรอนสิทธิ์ของการเป็นผู้ประพันธ์โดยไม่รู้ตัวจากผู้ประกอบการจำนวนมากที่นำบทเพลงไปใช้ในที่กิจการสาธารณะอย่างผิดกฎหมาย 
 

MCT ผู้พิทักษ์ลิขสิทธิ์เพลง

ด้วยปัญหาเหล่านี้ MCT จึงถือกำเนิดขึ้นพร้อมแนวคิดการเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร มีพันธกิจที่เน้นการดูแลผลประโยชน์ของนักแต่งเพลงทั้งไทยและสากลที่ใช้ในประเทศไทย ทั้งในตอนที่ศิลปินยังมีชีวิต และจากไป (ทายาทนักแต่งเพลง มีสิทธิ์รับรายได้ต่ออีก 50 ปี เมื่อศิลปินเสียชีวิต) ดูแลครอบคุลมถึงผลประโยชน์ร่วมกับบริษัทผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา (Publisher) หรือผู้เซ็นสัญญาเนื้อร้องและทำนอง 
 
“การดูแลประโยชน์ส่วนรวม และความถูกต้องเป็นนโยบายที่ผมเน้นมากในช่วงที่ผมมาเป็น Chairman” 
คุณก้อเล่าให้เราฟังถึงบทบาทหลักของ MCT ในฐานะผู้พิทักษ์ผลประโยชน์ทางลิขสิทธิ์ในอุตสาหกรรมดนตรี รวมทั้งสนับสนุนให้นักแต่งเพลงสามารถดูแล และบริหารสิทธิ์ในงานสร้างสรรค์ของตนเองด้วยการให้ความรู้อย่างเปิดเผย
 

ปกป้องสิทธิ์และดูแลอย่างญาติมิตร

นอกเหนือจากการดูแลลิขสิทธิ์ในบทเพลงแล้ว MCT ยังดูแลนักแต่งเพลงดั่งญาติมิตร มีการกองทุนเพื่อสังคมและวัฒนธรรม (Social and Cultural Fund) เพื่อช่วยเหลือนักแต่งเพลงในด้านต่างๆ เช่น กองทุนช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลแก่ครูเพลงและนักแต่งเพลงอาวุโสผู้มีคุโณปการกับวงการเพลงไทย กองทุนพิเศษเฉพาะกิจเพื่อช่วยเหลือสมาชิกนักแต่งเพลงในเหตุการณ์คับขันอย่างผลกระทบจากโควิด-19 และกองทุนช่วยเหลือสมสบทุนให้กับครอบครัวของนักแต่งเพลงในกรณีเกิดเหตุเสียชีวิต พร้อมกับบริการให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่นักแต่งเพลงโดยบุคคลากรคุณภาพ และนำเสนอบทความที่น่าสนใจผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
 

Avengers แห่งวงการเพลงไทย ร่วมสร้างมาตรฐานในทุกตัวโน๊ต

 
เพราะบทเพลงที่เราได้ยินเวลาเดินในห้างฯ นั้นมีค่ามากกว่าความไพเราะ… 
 
คุณก้อพาเราไปเข้าใจถึงเบื้องหลังการจัดการแห่งเสียงเพลง กว่าจะเกิดบทเพลงหนึ่งบทเพลงที่มีมาตรฐานได้นั้นจะต้องประกอบไปด้วย 2 ส่วนหลัก คือ ส่วนของเนื้อร้อง ทำนอง และส่วนของรูปแบบการเก็บบันทึกเสียง 
 
 
ดังนั้นเพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของบทเพลงอย่างมีมาตรฐาน จึงมีการรวมตัวของทีมผู้เชี่ยวชาญในวงการเพลงไทยดำเนินการในรูปแบบบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) ทั้งหมด 3 องค์กรระหว่าง MCT (Music Copyright (Thailand) Ltd. ) MPC (MPC Music Co.,Ltd.) และ Phonorights 
ภาพอ้างอิงจาก : http://www.mpcmusic.co.th/
 
ทีม Avengers นี้แบ่งหน้าที่กันชัดเจน โดย MPC จะเป็นผู้รวบรวมข้อมูล และอำนวยความสะดวกในการจัดเก็บค่าใช้จ่ายของลิขสิทธิ์เพลงอย่างถูกต้องตามกฎหมายด้วยการให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ก่อนที่จะแจกจ่ายหน้าที่ดำเนินการไปยังบริษัทร่วมทุนทั้งสอง
 

“ผมคิดว่าสิ่งหลักที่จะทำให้ MCT เกิด คือ การทำมาตรฐานให้สูงขึ้น และเป็นที่ยอมรับของคนทั่วประเทศ”

 
MPC เองมีระบบในการตรวจสอบและจัดเก็บรายได้จากลิขสิทธิ์ต่างๆ ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานจากทั่วโลก โดยแบ่งเป็นสองส่วนหลัก 
 
(1) ส่วนลิขสิทธิ์เพลงในด้านเนื้อร้องและทำนอง หรือที่เรียกว่า ‘ดนตรีกรรม’ จะถูกควบคุมมาตรฐานจาก MCT  ซึ่งเป็นองค์กรนักแต่งเพลงแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับให้เป็นสมาชิกของ CISAC: The International Confederation of Athors หรือ สมาพันธ์ผู้สร้างสรรค์และนักแต่งเพลงระหว่างประเทศ 
 
(2) ส่วนของการจัดเก็บสื่อบันทึกเสียง (Master Sound) เช่น ซีดี และไฟล์เพลง จะถูกควบคุมมาตรฐานโดยทีม Phonorights (Thailand) ซึ่งเป็นศูนย์รวมบริษัทค่ายเพลงผู้ผลิตสิ่งบันทึกเสียงสากลหลักในประเทศไทยและค่ายเพลงไทยคุณภาพที่ได้รับการยอมรับให้เป็นสมาชิกของ ifpi (The International Federation of Phonographic Industry) หรือ สมาพันธ์ผู้ผลิตสิ่งบันทึกเสียงระหว่างประเทศ
 

อุปสรรคและโอกาสของวงการเพลงไทย

แม้ว่า MCT จะก่อตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2537 หลังจากที่พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ของไทยมีผลบังคับใช้ แต่ก็ยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายดีนัก เนื่องจากยังขาดความร่วมมือจากภาครัฐ และการประชาสัมพันธ์สู่สาธารณชน
 

“เรื่องลิขสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ถ้าเราสามารถร่วมมือกันทำให้ดี มันจะสร้างรายได้ให้กับประเทศของเราอย่างมหาศาล”

 
จะเห็นได้ว่าวงการเพลงต่างประเทศมีการพัฒนาเรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์อย่างแพร่หลาย ทั้งในประเทศกลุ่มยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และเกาหลี การสนับสนุนจากภาครัฐจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถส่งเสริมให้ประเทศเหล่านี้ สามารถพัฒนา และจัดเก็บรายได้จากลิขสิทธิ์เพลงได้อย่างมหาศาล
 
นอกจากนี้การเปิดรับเทคโนโลยีก็เป็นโอกาสหนึ่งในการสนับสนุนความก้าวหน้า และช่วยรักษาผลประโยชน์ของวงการเพลงด้วยเช่นกัน ตัวอย่างที่น่าสนใจอย่างประเทศอินโดนีเซีย ที่มีการนำเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) เข้ามาแก้ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์เพลง ทำให้สามารถรักษาผลประโยชน์ของวงการเพลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทันสมัย
  
 

ร่วมบรรเลงบทเพลงใหม่แห่งอนาคต

หากเปรียบวงการเพลงไทยดั่งบทเพลง การประสานกันของเนื้อร้องก็เปรียบเหมือนความร่วมมือกันของนักแต่งเพลง และผู้ประกอบการ การสนับสนุนจากภาครัฐก็เปรียบได้ดั่งทำนองที่จะคอยสร้างจังหวะความไพเราะแก่บทเพลง ดังนั้นเพื่อรังสรรค์บทเพลงที่มีคุณภาพ...ความร่วมมือกันของหลายภาคส่วนจึงเป็นสิ่งสำคัญ
 
ไม่ว่าคุณจะเป็นนักแต่งเพลงตัวเล็กๆ ผู้เริ่มต้นธุรกิจที่ต้องใช้เสียงเพลง หรือองค์กรภาครัฐก็ตาม ถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายจะหันมาช่วยปกป้องสิทธิ์ในบทเพลง และร่วมบรรเลงอนาคตของวงการเพลงไทย ให้พัฒนาทัดเทียมมาตรฐานโลก พร้อมรักษาผลประโยชน์นักสร้างสรรค์ไทยได้แสดงศักยภาพอย่างไร้ขีดจำกัด
 
สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย ชวิศา มงคลเทศ 
ภาพโดย มนตรี โสภา