image

Business & Industrial

Mekong Nomad Organic Farm ความมั่นคงทางอาหารจากสองมือคนธรรมดา

Published Date : 5 May 2018

Resource : Creative Thailand

204

“ทุกคนเป็น change maker ได้” 

เป็นความเชื่อมั่นของเกษตรกรสาววัย 34 ปี อดีตเอ็นจีโอมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม เน้ตติ้ง-จารุวรรณ สุพลไร่ ผู้ตัดสินใจลาออกจากงานที่รัก เพื่อกลับมาต่อยอดงานเกษตรกรรมของครอบครัว ที่อ. ศรีเมืองใหม่ จ. อุบลราชธานี

“แม้เราจะเป็นคนจำนวนน้อย แต่เราอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในทุกมิติ เคยทำงานเอ็นจีโอมา 7-8 ปี ได้เห็นคนตัวเล็กๆ ที่เปลี่ยนแปลงสังคม ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ ก็รู้สึกว่าเราต้องเพิ่มปริมาณคนที่คิดแบบนี้ ทุกคนเป็น change maker ได้ แค่ทำสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในชุมชน ในครอบครัวตนเอง” เธอกล่าว

ภายใต้พื้นที่ 18 ไร่ เน้ตติ้งค่อยๆ พลิกฟื้นผืนดินทีละน้อย เธอเริ่มงานอย่างจริงจังตั้งแต่ต้นปี 2559 จนกลายเป็น Mekong Nomad Organic Farm ที่พิสูจน์ว่า การสร้างพื้นที่เพาะปลูกอย่างยั่งยืนบนผืนดินที่ขึ้นชื่อว่าแห้งแล้งที่สุดนั้น “เป็นไปได้” จากสองมือของเกษตรกรตัวเล็กๆ และเพื่อนๆ จากในและต่างประเทศที่มาช่วยกันด้วยใจ

ไม่มีงานหรือโครงการใดดำเนินได้อย่างยั่งยืนหากไร้ซึ่งปรัชญาการทำงานที่มั่นคงและบ่งบอก “แรงบันดาลใจ” ของคนทำงาน สำหรับ Mekong Nomad Organic Farm ก็เช่นกัน 

Take care of the soil, Grow seedlings, Plant more trees, Grow food forest, Keep local seeds, Empower young learners และ Make natural buildings คือปรัชญาการทำงานที่เธอยึดถือ ผลที่ได้มีทั้งสิ่งที่จับต้องได้ คือผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ การจัดกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ต่างๆ ส่วนสิ่งที่จับต้องไม่ได้ก็คือการสื่อสารระหว่างคนหัวใจเดียวกัน และแรงบันดาลใจที่งอกงามอยู่ในตัวผู้เกี่ยวข้องทุกคน 

ปลูกผักอินทรีย์ เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและอัตลักษณ์ชุมชน

ที่นี่เราทำเกษตรอินทรีย์ ดูแลดิน เพราะดินเป็นหัวใจในการปลูกอาหารที่เรากิน ที่ฟาร์มเราไม่มีอะไรเป็นขยะเลย เศษอาหารเราให้เป็ดไก่กิน มูลสัตว์ใช้เป็นปุ๋ยให้พืช ส่วนการเพาะต้นกล้า เราเพาะไว้ปลูกเองและแบ่งปันให้คนที่สนใจ ต้นกล้าคือเครื่องมือในการสื่อสารของเราว่าอย่าใช้สารเคมีเลย นอกจากเพาะต้นกล้า เรายังแจกเมล็ดพันธุ์ด้วย คนรุ่นก่อนอย่างคุณยายจะเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อ คนสมัยนี้ไม่ค่อยเก็บ พอจะปลูกที ก็ต้องไปซื้อเมล็ดพันธุ์ที่เขาตัดต่อพันธุกรรมมาแล้ว”

ฟาร์มแห่งนี้ปลูกต้นไม้พื้นบ้านอย่างทองกวาว แคนา ลำดวน เพราะต้องการอนุรักษ์พืชพันธุ์ท้องถิ่น ปัจจุบันคนมักจะตัดไม้พื้นบ้านเพื่อเอาที่ไว้ปลูกยางพาราและมันสำปะหลัง อันเป็นพืชที่ “ขายได้” แต่เน้ตติ้งกลับเห็นว่า ถ้ายังมีคนปลูกไม้พื้นบ้าน ก็จะยังมีคนรู้จักและบริโภคผลิตผลจากพันธุ์ไม้เหล่านั้น “ถ้ามีคนปลูกก็จะมีคนกิน หากไม่ปลูก พันธุ์ไม้นั้นจะสูญพันธุ์ วัฒนธรรมอาหารเราก็สูญหาย”

สร้างเยาวชนคนรุ่นใหม่หัวใจอินทรีย์

นอกจากการปลูกผักและต้นไม้ต่างๆ ที่นี่ยังมีโครงการเพื่อสร้างเมล็ดพันธุ์ที่เป็นคนรุ่นใหม่ด้วย ฟาร์มแห่งนี้จัดค่ายมาแล้ว 4 ครั้ง และกำลังจะมีครั้งที่ 5 ในเดือนพฤษภาคมนี้ ค่ายทุกครั้งมีผู้เข้าร่วมแตกต่างกันไป ตั้งแต่เด็กประถม นักศึกษามหาวิทยาลัย ไปจนถึงคนทำงานที่มุ่งมั่นกลับมาเป็นเกษตรกรที่ภูมิลำเนาเดิม  “การทำฟาร์ม ทำคนเดียวมันเหนื่อยนะคะ ถ้ามีเพื่อนคู่คิด มีที่ปรึกษา เราจะไปต่อได้” เน้ตติ้งกล่าวถึงโครงการค่ายที่เป็นเสมือนพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้และแรงบันดาลใจ ซึ่งมี “หัวใจ” ร่วมกันคือการปลูกฝังเรื่องความมั่นคงทางอาหาร และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ทุกค่ายจัดขึ้นโดยการระดมทุนจากวิธี Crowdfunding หรือหาผู้สนับสนุน กิจกรรมของแต่ละค่ายแตกต่างกันไป เช่น ค่ายของนักศึกษามหาวิทยาลัยทั้งเด็กไทยและเด็กๆ ต่างชาติ เป็นการนำเยาวชนรุ่นใหม่ 8 คน มาใช้ชีวิตร่วมกัน 9 วัน 9 คืน เพื่อแลกเปลี่ยนทั้งวัฒนธรรม วิถีชีวิตแบบเกษตรกร ไปจนถึงประเด็นทางสังคม

อนาคตของฟาร์มวิถีโนแมดแห่งนี้ เจ้าของฟาร์มตั้งใจว่าอยากพัฒนาให้ไปไกลถึงขั้นเป็นครัวชุมชนได้ “2-3 ปีแรกเราสร้างรากฐาน ให้คนปลูกได้ ปลูกเป็น แต่ในอนาคตอยากให้เป็นพื้นที่สำหรับอาหารปลอดภัย ต่อยอดไปทำอาหารแบบธรรมชาติบำบัด เพราะความเจ็บป่วยต่างๆ มีต้นตอมาจากอาหารที่กินทั้งนั้น ในอนาคตอาจทำ Farm Stay ให้คนที่มาพักได้ดูแลร่างกายและได้ทักษะกลับไปดูแลตนเองด้วยวิธีธรรมชาติ เราอยากทำให้เห็นว่าการกินอาหารดีๆ จากธรรมชาติ คือวิธีที่ยั่งยืน เป็นพื้นที่ของชุมชนที่จะเป็นแหล่งความรู้ได้”

เกษตรกรสาวที่หัวใจใหญ่เกินตัวกล่าวว่า ทุกอย่างที่เธอทำ ดูเหมือนเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่และหนักมาก แต่เธอไม่ได้ทำอยู่คนเดียว เพื่อนเกษตรกรรุ่นใหม่ในเครือข่ายทั้งในประเทศและภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ที่มีความฝันคล้ายๆ กัน กำลังช่วยกันทำงานขับเคลื่อนและเดินไปด้วยกันอย่างมีเป้าหมาย

เพราะเราไม่ควรรอให้ภาครัฐหรือใครยื่นมือเข้ามาช่วยอย่างเดียว สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง และ Mekong Nomad Organic Farm พิสูจน์แล้วว่า ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยสมองและสองมือCT 

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook: Mekong Nomad Organic Farm

เรื่อง : กรณิศ รัตนามหัทธนะ