image

Design & Creativity

KUSU… ‘จุด’ แรงบันดาลใจ ให้ขับเคลื่อนไปสู่ฝัน

Published Date : 5 Feb 2019

Resource : TCDC CONNECT

1,421

“ถ้าเรามีความฝันหรือควมตั้งใจที่จะทำอะไร อย่าเก็บมันไว้แค่ในความคิด ถ้าได้ลงมือทำจะดีกว่า ไม่ต้องกลัวที่จะเริ่มลงมือทำ ให้วิ่งเข้าไปหาโอกาส ไม่ต้องรอให้โอกาสมันวิ่งเข้าหาเราหรอก เมื่อลองได้วิ่งเข้าไปแล้ว สิ่งต่างๆ ก็จะเกิดขึ้นตามมาเอง ถ้าได้ชื่อว่าลงมือทำแล้ว”

 

นี่ไม่ใช่บทความคำคมหรือหนังสือจิตวิทยาทางใจที่หาอ่านได้ตามชั้นหนังสือ แต่เป็นบทความที่ต้องการบอกเล่าประสบการณ์ของคนคนหนึ่งที่พร้อมจะเข้ามาจุดฝันและส่งต่อความสุขให้กับคนอื่น

คำพูดที่ว่า “อยากมีแบรนด์เป็นของตัวเอง” เป็นคำพูดที่ถูกกล่าวในแวดวงดีไซเนอร์ไทยผู้มีความฝันกันมากมาย เช่นเดียวกับคุณกุสุมา พิสิฐบุตร สถาปนิกผู้มีความฝันอยากจะมีแบรนด์เป็นของตัวเอง การออกเดินทางตามความฝันลองผิดลองถูกมามากมายหลายอย่าง เพื่อทำให้ความฝันเป็นจริง จนท้ายที่สุดได้พบกับศิลปะการทำเทียนที่สร้างแรงบันดาลใจ จนขับเคลื่อนคุณกุสุมาไปสู่ความฝันที่เป็นจริง “แม้ว่าการทำเทียนจะต่างกับสกิลหลักด้านสถาปนิก แต่ด้วยความชอบ มันทำให้เราเดินหน้ามาจนถึงตอนนี้ แม้คนรอบข้างจะไม่เข้าใจว่ากำลังทำอะไร และไม่แน่ใจว่ามันจะทำได้หรือเปล่า แต่เมื่อได้ลองเดินออกไปแล้ว ลงมือทำแล้ว มันก็มี KUSU วันนี้”  

 

เทียนรูปหิน สิ่งเล็กๆ ที่จุดประกายความฝัน

KUSU เป็นแบรนด์ที่ใช้คำ 2 พยางค์จากชื่อต้นของคุณกุสุมา พิสิฐบุตร ริเริ่มนำแบรนด์ออกสื่อโซเชียล เมื่อต้นปีมกราคม 2561 ที่ผ่านมา และมีโอกาสได้เปิดตัวแบรนด์ในงาน Debut Wall ครั้งที่ 17 พร้อมทั้งให้สัมภาษณ์กับทีมงานของ Tcdcconnect โดยคุณกุสุมาเล่าว่า มีความคิดอยากทำแบรนด์ของตัวเองซักอย่าง ลองมาแล้วหลายอย่าง ตั้งแต่ลองทำขนมหลายชนิดแต่ก็ยังไม่โอเค จนกระทั่งมีโรงเรียนสอนทำขนมเปิดคอร์สสอนทำเทียนจากครูเกาหลี เค้าโชว์เทียนรูปหิน มันสวยมาก เลยเข้าไปตามอินสตาแกรมของครูเกาหลีคนนี้ พอยิ่งเข้าไปดูลึกๆ จึงเริ่มเห็นว่าที่เกาหลีมันฮิตการทำเทียนลักษณะนี้และมีหลายแบบมาก เมื่อสืบค้นไปเรื่อยๆ จึงเริ่มชื่นชอบสไตล์นี้มากขึ้น ถึงขั้นตามไปเรียนถึงประเทศเกาหลี ความชอบสร้างให้เกิดแรงบันดาลใจตั้งแต่แรก และสร้างแรงบันดาลใจให้เราสามารถมาต่อยอดผลงานในหลายๆ คอลเลคชั่นจนถึงทุกวันนี้

 

แรงบันดาลใจจากเกาหลี สู่หัวใจคนไทย

ความจริงของไทยมันก็มีหลายแบบให้เห็น แต่ของเกาหลีมันจะมีรูปแบบที่ละเอียด เน้นความเหมือนจริงและเก็บรายละเอียดให้คล้ายของจริงมากที่สุด ในอดีตเรามักเห็นเทียนแท่ง เทียนรูปดอกไม้ หรือเทียนแก้ว แบบนั้นมันก็ปกติ หลังจากที่เรา Follow ครูเกาหลีและศิลปินหลายราย เราจึงตัดสินใจไปลงเรียนคอร์สถึงประเทศเกาหลี ตอนนั้นเค้าก็สอนแค่สองอย่าง ก็คือรูปหิน 2 แบบ

หลังจากนั้นเราก็กลับมาลองทำว่าตัวเองทำได้หรือเปล่า ตอนแรกทำไม่ได้ เพราะวัตถุดิบมันไม่เหมือนกัน ลองหลายครั้งมากจนเกือบจะท้อและล้มเลิกแล้ว จนกระทั่งเราทำขึ้นมาได้ 1 อัน จำได้ว่าเทียนเล่มแรกที่เราทำได้ คือรูปทรงหินสี เราใช้เวลาเป็นเดือนๆ จากเดือนสิงหาคม โดยสั่งของมาจากหลายๆ แห่ง เพราะวัตถุดิบต่างที่ก็ให้ผลลัพย์ที่ต่างกัน เราลองผิดลองถูกจนทำได้ จนตัดสินใจที่จะนำผลิตภัณฑ์ของเราออกสู่สายตาคนอื่นในเดือนเดือนมกราคม มันคือจังหวะที่เรามั่นใจว่าเทียนของเราสามารถส่งออกสู่สายตาคนอื่นได้ เลยเริ่มทำโลโก้ และสร้างแบรนด์ KUSU ของตัวเองขึ้นมา อย่างไรก็ดีเราก็ไม่ได้แบบจากเกาหลีมาทั้งหมด เราใช้สไตล์ทำให้เกิดแรงบันดาลใจและดึงความเป็นไทยของเราออกมาได้ โดยตั้งโจทย์ว่าจะทำอย่างไรให้สินค้าดูทันสมัยและเข้าถึงคนไทยได้

 

KUSU ประสานงานศิลป์และความตั้งใจ

เทียนของแบรนด์ KUSU เริ่มต้นจากการทำรูปร่างขึ้นมาให้คล้ายหรือเหมือนหินมากที่สุด หลังๆ เราเริ่มที่จะใส่กลิ่นจากน้ำมันหอมระเหยเข้าไป แต่อย่างไรก็ดี ความตั้งใจแรกที่เราจะทำเทียนขึ้นมา เรามองว่ามันเป็นงานศิลปะชิ้นหนึ่ง มันต้องสวยและแปลกตากว่าเทียนธรรมดาทั่วไป แต่ต้องสามารถใช้งานได้จริง เราพยายามที่จะใช้วัตถุดิบซึ่งมาจากธรรมชาติทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Plam Wax, Soy Wax และ Bee Wax แต่ก็จะมีเทียนบางรูปแบบที่ต้องพึ่งวัตถุดิบอย่างพาราฟินบ้าง เรานำมาใช้บ้างเพื่อช่วยในการขึ้นรูป แต่ไม่ต้องการให้เข้ามามีสัดส่วนที่มากเกินไป เน้นสัดส่วนไปทางธรรมชาติมากกว่า ความท้าทายของคนทำเทียนที่สำคัญ คือการศึกษากระบวนวิธีจนชำนาญ เพราะการทำเทียนสิ่งสำคัญคือการดูเรื่องอุณหภูมิ เพราะ Wax  แต่ละตัวมีคุณสมบัติที่ทำปฏิกิริยาต่ออุณหภูมิที่ต่างกัน เมื่อเทลงเบ้าแล้วจะให้เอฟเฟคอย่างไร เราต้องคิดตั้งแต่ทำแบบหรือโมแบบขึ้นมา ต้องคิดว่าจะสามารถแกะออกมาจากโมได้หรือไม่ หรือเมื่อลงเบ้าแล้ว จะได้รูปร่างตามที่ตั้งใจไว้หรือไม่

 

ความแปลกใหม่ที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้หลากหลาย

แบรนด์ KUSU ออกแบบมาแล้ว 3 คอลเลคชั่น ได้แก่ เทียนหิน เทียนแท่งลายหินอ่อน เทียนวันเกิดรูปขนมมาการอง ลูกค้าที่ซื้อเทียนของ KUSU ส่วนใหญ่จะซื้อสินค้าไปเพื่อนำไปตกแต่ง เพราะความสวยงามของเทียนทำให้ลูกค้าไม่กล้าจุด จึงนำเทียนของเราไปเป็นของตกแต่งบ้านบ้าง เราต้องพัฒนาเทียนโดยออกแบบให้คนกล้าที่จะใช้และกล้าที่จะจุดมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ต้องสวยงามแปลกตามากกว่าเทียนทั่วไป จึงออกแบบมาเป็นสินค้าเทียนวันเกิด ลูกค้าของเราที่มาสั่งทางออนไลน์มักจะเป็นผู้หญิงวัยทำงาน

แต่ในขณะเดียวกันเมื่อเราเปิดตลาดเทียนวันเกิดในงาน Creative Market ที่โคราช ก็มีลูกค้าวัยเด็กเข้ามาและให้ความสนใจในเทียนขนมมาการอง การที่เราไปออกร้านหรือมีบูธหน้าร้าน ทำให้เราสามารถพบปะลูกค้า และค้นพบว่างานของเราอาจจะไปเข้าตาลูกค้าที่เราอาจนึกไม่ถึงเลยก็ได้ อย่างเด็กเล็กไปจนถึง 13 ขวบที่เข้ามาสนใจและซื้อเทียนของเรา หรือการถูกใจลูกค้าที่รักงานศิลป์ ที่สามารถ Made to Order ออกแบบเทียนซึ่งมีลักษณะ ขนาด และสีในแบบของตัวเอง เราเคยทำเทียนที่ลูกค้าสั่งทำซึ่งเป็นลักษณะโมขึ้นมาจากฐานคอนกรีต เค้ามองว่าเราไม่ใช่คนทำเทียนทั่วไป แต่เราทำเทียนที่เสมือนทำงานศิลปะไปพร้อมกัน จึงสามารถออกแบบเทียนที่มีรูปร่างน่าสนใจและรสนิยมที่ทันสมัยมากกว่าเทียนทั่วๆ ไปได้

 

นี่คือหินเหรอ ?

นี่หินเหรอ? คือคำถามที่ลูกค้าเดินเข้ามาถามเป็นอันดับแรก เพราะประสบการณ์ที่ได้จากเทียนนั้น ไม่ได้เริ่มต้นจากการเข้ามาแล้วเลือกเทียนตามที่ต้องต้องการ แต่เดินเข้ามาด้วยการพบปะกับความแปลกใหม่ที่เรามอบให้ เทียนของ KUSU เป็นได้มากกว่าการจุดเพื่อความผ่อนคลาย แต่เป็นการส่งต่อความรู้สึกผ่านทางรูปทรงและการสัมผัสทางสายตา ส่วนใหญ่ลูกค้าจะเดินเข้ามาถามว่า “นี่คือหินเหรอ?” เพราะเค้าคิดว่าเราขายหิน แต่ความจริงแล้วเราขายเทียนที่เหมือนหินของจริง มันได้ประสบการณ์ที่เค้าไม่เคยได้เจอ อีกทั้งยังสัมผัสได้ถึงประสบการณ์ทางกลิ่นอะโรม่า กระทั่งเทียนที่มีหน้าตาเหมือนขนมมาการองสำหรับจุดในงานวันเกิด ก็สามารถสัมผัสประสบกาณณ์ทางกลิ่นที่คล้อยอารมณ์ไปกับเหตุการณ์วันสำคัญที่น่าจดจำได้

พัฒนาตัวเอง คือหนทางของการเดินไปข้างหน้า

เรามีสูตรเทียนที่เป็นส่วนผสมของเราเอง ซึ่งใช้เป็นหลักและไม่เหมือนเทียนทั่วไปแบบ Mass  แน่นอน แต่อย่างไรก็ดีเรายังต้องหมั่นหาความรู้อยู่เรื่อยๆ เดี๋ยวนี้มันมีข้อมูลเยอะแยะที่แชร์กันบนโลกอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะกลุ่มชาวต่างชาติแถบยุโรปที่ฮิตการทำเทียนมาตั้งนานแล้ว เค้ามีประสบการณ์มากกว่าเรา เราก็เรียนรู้จากการทำเทียนของเค้า นำจุดที่เราสามารถนำมาใช้ได้ในแบบของเรา ขณะที่บางอย่างก็เป็นเรื่องที่ต้องพัฒนามาจากเรื่องพื้นฐาน การควบคุมส่วนผสม การหดตัว และอุณหภูมิ เหล่านี้ต้องฝึกฝนจนชำนาณและคาดการณ์ผลลัพย์ออกมาให้แม่นยำอยู่เสมอ นอกจากนี้จำเป็นที่จะต้องดูเรื่องของเทรนด์ผู้บริโภค เราดูตลาดจากนิตยาสาร สื่อโซเชียล และดูว่าตอนนี้มีเทียนที่วางขายตามท้องตลาดเป็นอย่างไร มีคุณสมบัติอย่างไร เพื่อปรับสินค้าของเราให้เท่าทันตลาด

 

Light your Dream จุดประกายฝันไปสู่เป้าหมาย

เราสามารถพูดได้เลยว่าเทียนของเราเป็นเทียนที่ ​Hand Made และเป็นงาน Craft ที่ใส่ใจทุกรายละเอียดจนได้เทียนออกมาที่เป็นทั้งของใช้และงานศิลปะในอนาคตเราอยากพัฒนากลิ่นที่เป็นกลิ่นของแบรนด์ของตัวเองในอนาคต เราอยากทำเทียนที่คำนึงถึงฟังก์ชั่นการทำงานมากยิ่งขึ้น ต่อไปอาจพัฒนาเป็นเทียนไหว้พระที่ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากในท้องตลาด แต่สามารถใช้งานได้จริง และเข้าถึงคนในทุกช่วงวัย สินค้าของเรามีกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมาก และเราต้องการที่จะให้คนทุกกลุ่มสามารถเข้าคงแบรนด์เราได้

ปลายทางของแบรนด์ที่เราอยากให้มันคงอยู่ คือการคงไว้ซึ่งสินค้าประเภท Hand Made ถึงแม้จะสามารถเข้าถึงคนได้หลายช่วงวัยและแทบทุกกลุ่มคน แต่ก็ไม่อยากให้  KUSU กลายเป็นสินค้า Mass เพราะเราอยากให้เค้าได้ดื่มด่ำคุณค่าของงานและรับประสบการณ์ทางศิลป์ที่เราตั้งใจสร้างสรรค์ไว้ให้กับทุกคน เราอยากส่งต่อความสวยงามนี้และสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่สนใจ โดยในอนาคตตั้งใจอยากจะมีสตูดิโอทำเทียนและเปิดคลาสเรียนทำเทียนสำหรับผู้ที่สนใจ และพยายามออกร้านตามงาน Craft ให้บ่อยมากขึ้น เพื่อพบปะลูกค้าของเรา จะได้รู้ฟีดแบคงานของเราเพื่อนำมาพัฒนาต่อ เราอยากให้เทียนเป็นการส่งต่อกำลังใจไปสู่คนอื่น เพราะการที่เราได้มาทำเทียน หมือนกับเราได้เดินตามความฝัน จึงอยากจุดประกายความฝันนี้ให้กับคนอื่นด้วยเช่นกัน