image

Business & Industrial

Beyond Normal ก้าวต่อไปของยูเนี่ยนมอลล์

Published Date : 21 Sep 2020

Resource : Creative Thailand

1,368

“ไปทำไรที่ยูเนี่ยนมอลล์” หากถามแบบนี้เมื่อสัก 10 ปีก่อน คงได้คำตอบว่าไปช้อปปิ้งเสื้อผ้าสวย ๆ ราคาสบายกระเป๋าแบบไม่เสียเหงื่อมากเพราะห้างติดแอร์ แต่หากใครมีโอกาสได้มาเดินยูเนี่ยนมอลล์ในตอนนี้ คุณจะพบว่าแหล่งช้อปปิ้งคู่ใจวัยรุ่นชาวลาดพร้าวแห่งนี้ได้ปรับโฉมใหม่ทั้งภายนอกและภายใน กลายเป็นสเปซสุดฮิปที่พร้อมนำเสนอประสบการณ์ที่มากกว่าแค่การซื้อของ เราชวนคุณเจต-สุรเจต โภคมั่งมี ที่ปรึกษาฝ่ายการตลาด และ คุณแนน-รัฐธิดา มนตรีสุขศิริกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและลูกค้าสัมพันธ์ของยูเนี่ยน มอลล์  มาร่วมพูดคุยถึงเบื้องหลังการปรับตัวครั้งใหญ่ที่เป้าหมายสำคัญคือการได้เห็นทุกคนเติบโตไปพร้อม ๆ กัน

แค่ New Normal ยังไม่พอ เราต้องไปมากกว่า
“จริง ๆ คำว่า ‘Beyond Normal’ ของยูเนี่ยน มอลล์ ก็คล้าย ๆ กับ New Normal ที่ทุกคนพูดถึงเรื่องการปรับตัวจากเหตุการณ์โควิด-19 แต่ถ้าย้อนกลับไป เราเริ่ม New Normal ของเรามาตั้งแต่ 5 ปีที่แล้วตอนที่ยูเนี่ยน มอลล์ครบรอบ 10 ปี” คุณเจตเล่าถึงที่มาที่ไปของโปรเจ็กต์ Beyond Normal “ใน 10 ปีแรกยูเนี่ยน มอลล์เป็นแบบที่หลายคนรู้ คือเป็นตลาดนัดติดแอร์ ซึ่งผมว่าเราทำได้ดีแล้วในช่วง 10 ปีนั้น แต่ทางผู้บริหารเองก็มองว่า ถ้าที่ผ่านมาเราทำได้ดีแล้ว อีก 10 ปีต่อไป เราควรจะเดินไปทางไหน ซึ่งประจวบกับเป็นจังหวะที่มีการเปลี่ยนแปลงของฝ่ายบริหารจากรุ่นพ่อมาสู่รุ่นลูกด้วย ทำให้ได้เห็นอะไรใหม่ ๆ เกิดขึ้น ซึ่งจากตรงนั้นก็มีการรีเสิร์ชครั้งใหญ่ที่นำมาสู่การปรับเปลี่ยน และเริ่มพัฒนาโฉมใหม่ของยูเนี่ยน มอลล์” 

เส้นทางของการสร้างความเปลี่ยนแปลงนั้นย่อมไม่สามารถเกิดขึ้นได้เพียงชั่วข้ามคืน และการทำให้ทุกคนเข้าใจตรงกันก็นับเป็นสิ่งสำคัญ “ในช่วงแรกปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากทั้งฝั่งภายในตัวองค์กรเองและทางฝั่งผู้เช่าที่ยังไม่พร้อม ซึ่งถ้าเรามองลึกลงไปจริง ๆ จะเห็นปัญหาในภาพใหญ่ว่า ผู้ประกอบการในประเทศไทยบางทีก็ยังไม่ค่อยเข้าใจภาพรวมของการทำธุรกิจ คือพอเราคลุกคลีอยู่กับธุรกิจแฟชั่น ขายเสื้อผ้า เราเลยพอรู้ว่าคนที่เขาค้าขายจริง ๆ เขาปรับตัวกันไม่ทัน และยังแข่งกับโลกภายนอกไมได้ บางทีเขายังไม่รู้จักว่าเทรนด์คืออะไร หรือแบรนด์คืออะไร ตรงนี้จึงเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของเราที่จะผลักดันร้านค้าเล็ก ๆ เหล่านี้ให้ก้าวต่อไปข้างหน้าได้ ด้วยการเสริมสร้างความรู้ให้เขาได้เติบโตอย่างยั่งยืน” 

จากแหล่งค้าปลีกเสื้อผ้า สู่การเป็น Fashion Hub แบบเต็มตัว
“จากความจริงจังกับการพัฒนากลุ่มผู้ประกอบการ นำมาสู่ความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์หลาย ๆ แห่ง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงอุตสาหกรรม หรือสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ที่เราอยากจะนำองค์ความรู่ต่าง ๆ มาต่อยอด เพราะเรามองว่าเราไม่ได้อยากพัฒนาแค่ผู้เช่าของเราเท่านั้น เราพร้อมที่จะเปิดกว้างให้ใครก็ตามที่สนใจในอุตสาหกรรมแฟชั่นเข้ามาร่วมแจมได้เลย ไม่ใช่แค่กลุ่มร้านค้า เพราะเรามีทั้งเรื่อง Fashion Photo, Fashion Modeling หรือกระทั่ง Visual Merchandise หรือการตกแต่งร้านให้สวยงามน่าซื้อและดึงดูดใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นองค์ความรู้ที่องค์กรอย่าง CEA เคยส่งเสริมและเคยทำอยู่แล้ว แต่เราจะทำอย่างไร ให้มันกลับมาเป็นเวอร์ชันที่คนจำนวนมากเข้าถึง ทำได้ และขายได้” คุณแนนเสริม

3 มิติของโปรเจ็กต์ Beyond Normal ที่ต้องเติบโตไปด้วยกัน
โจทย์หลักของการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ประกอบไปด้วย 3 ส่วน ซึ่งส่วนแรกคือ Tenant (ผู้เช่า) “เรากำลังพัฒนาผู้เช่าว่าทำอย่างไรให้เขาแข่งขันกับโลกภายนอกได้ ทำอย่างไรให้เขามีแบรนด์ของเขาเอง ให้เติบโตไปด้วยกัน เป็นโบนัสที่เราพยายามต่อยอดให้เขา เพราะถ้าเกิดผู้เช่าแข็งแรง ห้างก็โชคดีที่มีเขาอยู่ด้วย ตรงนี้เรามองว่ามันเป็นการส่งเสริมซึ่งกันและกัน” ส่วนที่สองคือ Shopper (นักช้อป) “จากที่วาง position เป็นแฟชั่นฮับ เราพร้อมต้อนรับทุกคนทั้งมือโปรและมือสมัครเล่น ไม่ว่าจะเป็นคนขายหรือคนซื้อที่มีความชอบทางแฟชั่น ให้ยูเนี่ยน มอลล์เป็นที่ที่สร้างโอกาสให้กับทุกคนเอาไปต่อยอดงานของตัวเองได้” และส่วนที่สามคือ Hall (สถานที่จัดอีเวนต์) “เราพัฒนาส่วนที่เป็นคอนเสิร์ตฮอลล์มาตรฐานระดับโลก เพื่อเป็นจุดที่เราใช้จัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์ต่าง ๆ ให้นักช้อปและผู้เช่าของเรามาเจอกัน เป็นตัวช่วยดึงคนเข้ามา คนขายของก็ได้ประโยชน์ และคนซื้อของก็มีความสุขจากการได้มาทำกิจกรรมที่ชอบ” ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมาก็มีการจัดคอนเสิร์ต “Yellow Fellow ฮิปนี้ที่ยูเนี่ยน” เป็นอีเวนต์แรกที่เปิดฤกษ์การกลับมาอีกครั้งแบบจัดเต็มทั้งศิลปิน และแสง สี เสียง หลังจากที่ทุกอย่างต้องหยุดไปเพราะโควิด-19 ซึ่งแม้จะใช้มาตรการ Social Distancing แล้ว ที่นี่ก็ยังจุคนได้มากถึง 2,500 คน 

อนาคตของอุตสาหกรรมแฟชั่น และยูเนี่ยน มอลล์
“Beyond Normal คือแปลว่าเราจะล้ำหน้าโลกไปอีกก้าวหนึ่ง แปลว่าโลกจะไปอยู่ตรงไหน เราจะต้องก้าวล้ำจุดนั้นไปแล้ว เพราะถ้าไม่อย่างนั้น เราก็จะโดนโลกกลืนหายไป อย่างการเข้ามาของตลาดซื้อของออนไลน์ เราไม่ได้มองว่ามันเข้ามาดิสรัปต์ แต่เข้ามาเป็นส่วนเสริมมากกว่า จริง ๆ มันก็เหมือนกับอาชีพอื่น ๆ ที่ขึ้นอยู่กับว่าเราเข้าใจและสามารถตามความเปลี่ยนแปลงนั้นได้ทันหรือเปล่า แต่ด้วยนิสัยคนไทย พอเป็นเรื่องแฟชั่น บางทีคนก็ยังอยากลอง อยากจับเนื้อผ้าก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งบางแบรนด์ที่เน้นออนไลน์ล้วน ๆ อย่าง Shopee หรือ Lazada ตอนนี้เข้าก็เริ่มจะทำ physical store (ร้านค้าจริง) แล้วเหมือนกัน เรามองว่าเราไม่ได้เสียอะไรจากการเข้ามาของโลกออนไลน์ แต่เราแค่ต้องตามให้ทัน เพราะเราก็มีจุดเด่นของเราอยู่แล้ว”

“ทุกวันนี้โลกหมุนเร็วขึ้น และไม่หยุดหมุน แปลว่าใครที่หยุดพัฒนาตัวเอง ก็จะเริ่มถอยหลัง และล้มหายไป ตัวยูเนี่ยน มอลล์เอง จากที่เคยเป็นแต่พื้นที่ให้เช่า ตอนนี้ก็กำลังกลายเป็นแพลตฟอร์ม ซึ่งแปลว่าเราไม่ได้ยึดติดกับพื้นที่อย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว เราต้องเป็นมากกว่าที่เดินเล่น แต่คนที่เข้ามาต้องได้ประสบการณ์ที่หลากหลาย และทุกอย่างที่เขาจะได้สัมผัสล้วนมี sense of fashion ซ่อนอยู่ในนั้น”

รู้อย่างนี้แล้ว ใครที่เป็นสายแฟ(ชั่น) ก็อย่าพลาดไปเยี่ยมไปเยียนเพื่อเปิดรับประสบการณ์ใหม่ที่ล้ำโลกแห่งแฟชั่นไปกว่าเดิมกันได้ที่ ยูเนี่ยน มอลล์ ห้าแยกลาดพร้าว (MRT สถานีพหลโยธิน ทางออกที่ 5 หรือ BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าวทางออกที่ 2) ทุกวัน ตั้งแต่ 11 โมงถึง 4 ทุ่ม

ที่มาภาพ : FB The DND

เรื่อง : ณัฐชา ตะวันนาโชติ