image

Design & Creativity

ช้าลงบ้าง

Published Date : 11 Feb 2019

Resource : Creative Thailand

11,010

“คนไข้คนหนึ่งมาสาย มาถึงก็เขวี้ยงโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ ร้องว่า “หมอ! ช่วยฉันควบคุมไอ้โทรศัพท์นี่หน่อย มันทำลายชีวิตฉัน” แพทย์หญิงสเตฟานี บราวน์ (Dr. Stephanie Brown) เขียนเล่าไว้ในบทความเรื่อง Society’s self-destructive addiction to faster living ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์นิวยอร์กโพสต์ กล่าวถึงชีวิตชาวอเมริกันที่ทั้งรีบเร่งและวุ่นวายมากขึ้นเป็นทวีคูณ

โทรศัพท์มือถือเป็นเครื่องมือที่น่าจะช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้น เป็นอิสระขึ้น แต่เปล่าเลย อาการ ‘ติด’ อะไรบางอย่างทำให้เรามองไม่เห็นโทษของมัน นอกจากโทรศัพท์แล้ว เรายังเสพติดความเร็วของกิจกรรมทุกอย่างในชีวิต เราอยากเดินทางเร็วขึ้น กินเร็วขึ้น คิดเร็วขึ้น อ่านหนังสือได้เร็วขึ้น อะไรก็ตามที่ ‘ช้า’ เท่ากับเป็นความผิดพลาด เป็นตราบาป ไม่ดีพอ เปิดเว็บไซต์อะไรสักอย่างหนึ่งถ้าใช้เวลาหลายวินาที เราจะอดรนทนไม่ได้ คนขยันต้องทำงานหลายๆ อย่างพร้อมกัน (Multitasking) ตารางเวลาต้องแน่นตลอด นัดซ้อนนัด ต้องมุ่งมั่นไปสู่จุดหมายอะไรบางอย่าง (Addiction To Achievement) ที่ฝรั่งเรียกว่าเป็น Imaginary Finish Line คือไม่รู้เหมือนกันว่า อย่างไรจึงเรียกว่า ‘ถึงเส้นชัย’ ต้องเป็นหนูถีบจักรไปเรื่อยๆ

แปลกเหลือเกินที่ พ.ศ.นี้ เราคิดว่า นี่คือชีวิต ‘ปกติ’ ชีวิตที่ ‘ดี’ ถ้าอยู่เฉยๆ อาจถูกมองว่าขี้เกียจ ไปร้านกาแฟ ถ้านั่งเฉยๆ ไม่เล่นโทรศัพท์ ไม่นั่งเปิดคอมพิวเตอร์ทำงาน ไม่คุยกับใคร แค่มานั่งดูคน ก็อาจถูกมองแบบแปลก

คาร์ล ออเนอเร (Carl Honoré) เขียนหนังสือขายดี  In Praise of Slowness: Challenging the Cult of Speed (มีแปลเป็นภาษาไทยแล้ว โดยสำนักพิมพ์โอเพ่นบุ๊คส์) เพื่อชี้ให้เห็นประโยชน์ของการ ‘ช้าลงบ้างก็ได้’ และชื่นชมกับทุกสิ่งในปัจจุบัน มิฉะนั้นจะกลายเป็นใช้ชีวิตทั้งชีวิตหมดไปกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และเร่งให้ทันกำหนดเส้นตายต่างๆ เมื่อถึงวันสุดท้ายของชีวิต กลายเป็นยังไม่ได้ทำอะไรที่มีคุณค่ามีความหมายแท้จริงเลย   

©Victor Rodriguez/Unsplash

คาร์ลยังตั้งข้อสังเกตว่า ความเบื่อหน่ายเป็นประดิษฐกรรมยุคใหม่ เมื่อ 150 ปีก่อน คำคำนี้แทบจะไม่มีอยู่เลย หากเอาสิ่งเร้าออกไปทั้งหมด เรามักกระสับกระส่าย เสียขวัญ และมองหากิจกรรม ต้องมี ‘อะไร’ ทำตลอดเวลา (เป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์จริงๆ หรือไม่นั้นอีกเรื่อง) ชีวิตประจำวันเป็นไปด้วยความเร็ว ยุคนี้คนที่ตอบสนองได้ฉับพลันคือราชา เวลาฟังหรืออ่านอะไรก็ตาม แทนที่จะครุ่นคิดให้ลึกซึ้ง เรากลับอยากฟังแต่ประโยคเด็ดโดนใจ

มิลาน คุนเดอรา (Milan Kundera) นักเขียนเลื่องชื่อชาวเช็ก กล่าวไว้ว่า “เมื่อชีวิตเคลื่อนที่เร็วเกินไป เราแน่ใจในสิ่งใดไม่ได้เลย แม้แต่ตัวเราเอง”

การหัดช้าลงบ้าง ‘ช้าลง’ ในหลายๆ กรณีมักหมายถึง ‘ดีขึ้น’ ทั้งความสัมพันธ์กับคนอื่นที่ดีขึ้น สุขภาพดีขึ้น ผลงานที่ดีขึ้น กินอาหารที่ดีขึ้น ออกกำลังกายดีขึ้น สภาพจิตใจและความรู้สึกต่อตัวเองที่ดีขึ้น คงไม่จำเป็นต้องช้าเป็นเต่าคลานไปเสียทุกเรื่อง แต่ควรควบคุมจังหวะชีวิตตัวเองได้ 

เราอาจไม่ต้องทำงาน ‘ช้า’ ลง แต่ทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้จบทีละงาน การ Multitask นั้น จริงๆ แล้วไม่ได้ช่วยให้ทำงานได้มากขึ้นมากนัก ลอง “Disconnect” บ้าง ปิดการแจ้งเตือนบ้าง ไม่ต้องพกโทรศัพท์ติดตัวตลอด อย่าเอาโทรศัพท์เข้าห้องนอน ยามว่างอย่าเอาแต่เล่นโทรศัพท์ ทำสิ่งที่ตัวเองชอบ หรือเคยชอบอะไร ลองหยิบกิจกรรมนั้นมาทำใหม่ หากไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ต้องใช้วิธีลอง เหมือนเราไปลองเสื้อผ้าใหม่ที่ร้านเพื่อดูว่าพอดีกับเราไหม เหมาะไหม และอย่าลืมดูแลตัวเอง กินอาหารดีๆ ออกกำลังกาย นอนหลับให้พอ และมีสติรู้ตัวตลอดเวลา รู้จักชื่นชมและเห็นคุณค่าทุกนาทีที่ใช้ไป สุดท้ายคือ ฝึกการนั่งสมาธิบ้าง ใจจะได้สงบนิ่งมั่นคง

สุดท้ายก็เป็นคำแนะนำ ‘เดิมๆ’ ที่อาจจะฟังดูน่าเบื่อหน่อยๆ...แต่นั่นแหละ ก็เพราะว่ามันได้ผลไง ;)

ที่มาภาพเปิด: Tbel Abuseridze/Unsplash

ที่มา :
บทความ How to Slow Down Your Busy Life โดย Leslie Becker-Phelps Ph.D. จาก psychologytoday.com
บทความ The 10 Essential Rules for Slowing Down and Enjoying Life More โดย Leo Babauta จาก zenhabits.net
บทความ How can we keep up in this fast-paced world? โดย Christine Louise Hohlbaum จาก psychologytoday.com
บทความ Society’s self-destructive addiction to faster living โดย Dr. Stephanie Brown จาก nypost.com

เรื่อง : กรณิศ รัตนามหัทธนะ